ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นในวงการแฟนด้อมของ GMMTV ค่ะ จากเดิมที่เวลาไปคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์ต่าง ๆ คนส่วนใหญ่อาจตั้งใจไปพบศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ แต่วันนี้กลับมีสมาชิกตัวเล็ก ๆ อีกกลุ่มที่แฟนคลับเฝ้ารอไม่แพ้กัน สมาชิกที่ว่าก็คือเหล่า GMMTV Fandom Characters คาแรกเตอร์หน้าตาน่ารักที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นตัวแทนของด้อมแฟนคลับที่มีบุคลิกสุดน่ารัก และมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง จนค่อย ๆ เติบโตกลายเป็นสมาชิกอีกคนที่เข้ามาเติมสีสันและความผูกพันให้กับแต่ละแฟนด้อม ปรากฏการณ์นี้จึงชวนให้สงสัยว่า อะไรที่ทำให้คาแรกเตอร์เหล่านี้เข้าไปอยู่ในใจแฟนคลับ บทความนี้เบลล์เลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักเด็ก ๆ เหล่านี้ให้มากขึ้นกันค่ะ
รู้จัก GMMTV Fandom Characters เมื่อความสัมพันธ์ของศิลปินถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคาแรกเตอร์
เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไม GMMTV Fandom Characters ถึงทำให้แฟนคลับรู้สึกผูกพันได้มากกว่าคาแรกเตอร์ทั่วไป คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่การออกแบบที่เชื่อมโยงกับตัวศิลปินอย่างชัดเจน ตั้งแต่นิสัย วิธีพูด ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แฟนคลับคุ้นเคย ทำให้คาแรกเตอร์แต่ละตัวไม่ได้มีเพียงรูปลักษณ์ที่น่ารัก แต่ยังมีบุคลิกและเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนของศิลปินออกมา
ขณะเดียวกัน GMMTV ยังวางบทบาทของคาแรกเตอร์เหล่านี้ให้เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ประจำด้อม โดยทำให้พวกเขากลายเป็นสมาชิกอีกคนในโลกของศิลปิน จนเกิดภาษาความสัมพันธ์ที่แฟนคลับเข้าใจร่วมกัน ศิลปินถูกมองในบทบาทของพ่อพ่อหรือแม่แม่ ส่วนแฟนคลับก็กลายเป็นอุนปู่ อุนย่า อุนตา อุนยายหรือเจเจ้ ที่คอยเอ็นดูและติดตามการเติบโตของเด็ก ๆ
ความสัมพันธ์ลักษณะนี้ช่วยให้มาสคอตมีตัวตนในสายตาแฟนคลับมากขึ้น และเปิดพื้นที่ให้ GMMTV สามารถเล่าเรื่องต่อได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านคอนเทนต์ สินค้า และกิจกรรมต่าง ๆ ตัวอย่างที่เห็นพัฒนาการได้ชัดคือ POLCASAN คาแรกเตอร์ประจำแฟนด้อมเต–นิว ที่ค่อย ๆ เติบโตจากตัวการ์ตูนประจำด้อม ไปสู่การมีเพลงของตัวเอง การออกงานอีเวนต์ และการร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ
เรียกได้ว่าโพกาซังเป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่เบลล์ชอบมากที่สุดเลยค่ะ ใครจะคิดคะว่ามาสคอตหนึ่งตัวจะเข้ามาช่วยเติมสีสันให้แต่ละวันของเราได้มากขนาดนี้ เพียงแค่เห็นท่าทางน่ารัก ๆ หรือได้ติดตามเรื่องราวใหม่ ๆ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเฝ้ามองสมาชิกตัวเล็กอีกคนค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับแฟนด้อมจริง ๆ และนี่เองค่ะ คือจุดที่ทำให้ GMMTV Fandom Characters แตกต่างจากคาแรกเตอร์ทั่วไป เพราะความผูกพันไม่ได้เกิดขึ้นจากดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่ค่อย ๆ ถูกสร้างผ่านโมเมนต์ และการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ จนมาสคอตกลายเป็นตัวละครที่เหมือนมีชีวิตเหมือนเด็กคนนึงจริงๆ และเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ GMMTV สามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ได้ต่อไป
จากความรักสุดทัชใจ สู่เบื้องหลังที่บอกเลยว่าไม่ได้มาเพราะโชคช่วย! มาค่ะวันนี้เบลล์จะพาไปถอดรหัสกันว่า GMMTV มีกลยุทธ์การปั้นน้อง ๆ ยังไง ให้ยึดพื้นที่หัวใจและกระเป๋าสตางค์ของพวกเราได้อยู่มัดขนาดนี้
Emotional Branding การสร้างความผูกพันผ่านพัฒนาการของคาแรกเตอร์
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พวกเราอินกับ GMMTV Fandom Characters ได้ลึกซึ้งขนาดนี้ เบลล์คิดว่าอยู่ตรงวิธีที่ GMMTV ค่อย ๆ ทำให้น้องแต่ละตัวโตขึ้นให้พวกเราได้เห็นค่ะ ในวันที่เปิดตัว คาแรกเตอร์หลายตัวยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำได้เพียงสื่อสารผ่านท่าทาง เดินเตาะแตะตามพ่อพ่อแม่แม่ หรือแสดงอารมณ์เล็ก ๆ ให้แฟนคลับช่วยกันตีความ ก่อนที่วันหนึ่งน้องจะเริ่มมีเสียงและเริ่มพูดเป็นคำ และค่อย ๆ แสดงนิสัยเฉพาะของตัวเองออกมาชัดขึ้นทีละน้อย พัฒนาการเหล่านี้ทำให้การติดตามมาสคอตมีความรู้สึกคล้ายกับการเฝ้ามองเด็กคนหนึ่งเติบโตจริง ๆ ค่ะ ทำให้ทุกความสามารถใหม่จึงกลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนคลับตั้งตารอคอยและพร้อมจะร่วมยินดีไปด้วยเสมอ
ในขณะที่ตัวตนของน้อง ๆ ยังถูกสร้างขึ้นจากรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่ศิลปินเป็นคนร่วมกันออกแบบ บุคลิก นิสัย วิธีพูด หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่คนในด้อมคุ้นเคย พอรวมกับบทบาทที่จัดวางให้ศิลปินกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ ส่วนแฟนคลับกลายเป็นอุนปู่ อุนย่า อุนตา อุนยาย หรือเจเจ้ โลกของแฟนด้อมจึงเริ่มมีโครงสร้างคล้ายครอบครัวขึ้นมาจริง ๆ และทุกคนก็ต่างมีบทบาทในการคอยเอ็นดู สนับสนุน และติดตามว่าน้องจะเติบโตไปในทิศทางไหนต่อ
ในมุมของ Emotional Branding วิธีนี้ฉลาดตรงที่ GMMTV ไม่ได้รีบบอกให้แฟนคลับรักคาแรกเตอร์ตั้งแต่แรก แต่ค่อย ๆ สร้างเหตุผลให้เกิดความเอ็นดูผ่านเวลาและพัฒนาการค่ะ ความผูกพันจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะน้องหน้าตาน่ารัก แต่เกิดจากความรู้สึกว่าพวกเราเคยเห็นเขาตั้งแต่วันแรก และได้อยู่ร่วมในทุกก้าวของการเติบโต เมื่อแฟนคลับรู้สึกว่าน้องเป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งจริง ๆ การติดตามหรือเดินทางไปหาในงานต่าง ๆ จึงมีความหมายมากกว่าการอุดหนุนมาสคอต เพราะสำหรับหลายคน นั่นคือการไปหาหลานที่เราเฝ้ามองและเอ็นดูมาตลอดนั่นเองค่ะ
Character IP Strategy การขยายคาแรกเตอร์จากตัวแทนประจำด้อม สู่สื่อกลางที่เชื่อมผู้คน
ถ้าข้อแรกคือการทำให้แฟนคลับรู้สึกเหมือนได้เฝ้ามองเด็กคนหนึ่งเติบโต ข้อต่อมาคือกลยุทธ์เบื้องหลังที่แสนชาญฉลาดในการขยับจากการเป็นเพียงตัวแทนประจำด้อม ไปสู่การเป็น Character IP ที่มีมูลค่า และยังทำหน้าที่เป็น “สะพานทลายกำแพงสายตา” ดึงดูดผู้คนใหม่ ๆ เข้ามาในจักรวาลนี้ค่ะ
ลองจินตนาการดูนะคะว่า วันหนึ่งมาสคอตที่เคยยืนอยู่ข้างศิลปินในงานอีเวนต์ กลับเริ่มออกไปทำงาน มีเพลงของตัวเอง มีคอนเทนต์ให้ติดตาม หรือเดินออกไปจับมือกับแบรนด์ต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีพ่อพ่อแม่แม่อยู่ข้าง ๆ ทุกครั้ง นั่นเพราะสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามซีรีส์ หรืออาจจะยังมีระยะห่างกับคอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม การดึงให้พวกเขาเปิดใจรับศิลปินทันทีอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่มีใครปฏิเสธความน่ารักของตัวการ์ตูนได้ง่าย ๆ หรอกค่ะ ตรงนี้เองที่ทำให้คาแรกเตอร์ทำหน้าที่เป็นเหมือน Soft Power เล็ก ๆ ที่เปิดประตูทักทายคนนอกด้อมก่อนใคร
เสน่ห์ที่ทำให้กลยุทธ์นี้ทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ที่ความหลากหลายของเด็ก ๆ ที่ถูกออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์และเข้าถึงง่ายค่ะ ไม่ได้มีแค่คาแรกเตอร์ประจำคู่จิ้น BL สายหลักอย่าง POLCASAN (เต-นิว) หรือ LOOK KHUNNOO (เจมีไนน์-โฟร์ท) เท่านั้น แต่ยังขยายครอบคลุมไปถึงความน่ารักฝั่ง GL อย่าง MUVMUV (มิ้ลค์-เลิฟ) และ LUNAR (น้ำตาล-ฟิล์ม) ไปจนถึงมาสคอตฉายเดี่ยวของศิลปิน เช่น METAA (วิน เมธวิน) และหลานยายอีกหลายตัวมาก ๆ ที่พร้อมมาเสิร์ฟความรักให้แก่แฟนคลับ แถมดีไซน์ยังหลากหลายและไร้ข้อจำกัดสุด ๆ ความหลากหลายตรงนี้ทำให้คาแรกเตอร์สามารถเดินทางไปแตะความสนใจของสายต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบสะสม Art Toy, สายคาเฟ่, หรือคนที่แพ้ทางความน่ารักนุ่มฟูสไตล์ Pop Culture
เมื่อความน่ารักทำงาน สายตาของคนนอกที่เคยมองผ่านก็เริ่มหยุดมองค่ะ หลายคนเริ่มจากการตกหลุมรักคาแรกเตอร์ จนวันหนึ่งเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า “เด็กคนนี้มีที่มาจากไหน? พ่อพ่อแม่แม่เขาคือใคร?” และนั่นคือวินาทีที่ประตูสู่จักรวาล GMMTV ถูกเปิดออกโดยไม่รู้ตัว จากคนที่ชอบแค่ตัวการ์ตูน ก็ค่อย ๆ ขยับมาดูคอนเทนต์ ลองเปิดใจดูซีรีส์ และกลายมาเป็นแฟนคลับคนใหม่ของศิลปินในที่สุดนั่นเองค่ะ
ในมุมของธุรกิจ กลยุทธ์นี้จึงเป็นเหมือนการขยายขอบเขตฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นอย่างแนบเนียนค่ะ GMMTV ไม่ต้องพยายามยัดเยียดคอนเทนต์ให้ทุกคน แต่ใช้น้อง ๆ มาสคอตเป็นตัวเปิดทาง เป็นมิตร เข้าถึงง่าย และปราศจากอคติใด ๆ ซึ่งความน่ารักนี้เองที่เป็นใบเบิกทางชั้นดี ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ กล้าเข้ามาคอลแลบ และทำให้ชื่อของคาแรกเตอร์ตลอดจนศิลปิน ได้ไปปรากฏอยู่ในพื้นที่ใหม่ ๆ นอกแฟนด้อมอยู่เสมอค่ะ
Fandom Economy เมื่อความผูกพันกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางธุรกิจ
ถ้ามองจากมุมคนนอก ตุ๊กตา พวงกุญแจ หรืออาร์ตทอย อาจเป็นเพียงของสะสมที่น่ารักชิ้นหนึ่งค่ะ แต่สำหรับแฟนคลับ ความหมายของสิ่งเหล่านี้ไปไกลกว่านั้นมาก เพราะทุกครั้งที่เลือกซื้อสินค้า เราไม่ได้กำลังซื้อเพียงตัวละครหนึ่งตัว แต่กำลังพาหลานคนโปรดประจำด้อมกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันของตัวเองด้วย บางคนห้อยน้องไว้กับกระเป๋า บางคนพาไปเที่ยวหรือถ่ายรูปตามคาเฟ่ บางคนจัดมุมเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะทำงาน ขณะที่อีกหลายคนรอสะสมเวอร์ชันพิเศษ หรือคอลเลกชันที่ออกมาตามเทศกาล พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้มาสคอตไม่ได้อยู่แค่ในงานอีเวนต์หรือบนหน้าจอ แต่ค่อย ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแฟนคลับจริง ๆ
จุดที่น่าสนใจคือ การมีคาแรกเตอร์ที่หลากหลาย ก็ช่วยสร้างวัฒนธรรมการสะสมขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ บางคนเริ่มจากเด็กประจำด้อมของตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ เอ็นดูเพื่อนของน้องจากด้อมอื่นตามมา ยิ่งมีคอนเทนต์รวมกลุ่ม หรืออีเวนต์ร่วมกัน จนโดนหลานตัวอื่นตก ความอยากรู้จักและอยากสะสมตัวอื่นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ
ในมุมธุรกิจ นี่คือพลังของ Fandom Economy ที่เปลี่ยนฐานแฟนคลับให้กลายเป็นตลาดที่มีทั้งความผูกพันและความถี่ในการซื้อสูง คาแรกเตอร์หนึ่งตัวสามารถแตกขยายเป็นสินค้าได้หลายประเภทและหลายคอลเลกชัน โดยมีคุณค่าทางใจเป็นตัวขับเคลื่อนเสมอ พูดง่าย ๆ คือ สำหรับแฟนคลับแล้ว การเอฟของน้อง ๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของประโยชน์ใช้สอย แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีบอกรักและส่งพลังสนับสนุนให้เด็ก ๆ ของเราได้เติบโตอย่างมั่นคง และความรู้สึกเอ็นดูอันบริสุทธิ์แบบนี้นี่เองค่ะ ที่เปลี่ยน ‘ของสะสม’ ให้กลายเป็น ‘พื้นที่ฮีลใจ’ เป็นการเปลี่ยนพลังแห่งความรักที่ทำให้มาสคอตสามารถสร้างทั้งคุณค่าทางใจและมูลค่าทางธุรกิจได้พร้อมกันค่ะ
Content-Driven Character Strategy เปลี่ยนทุกโมเมนต์ของคาแรกเตอร์ให้กลายเป็นคอนเทนต์
ลองนึกภาพดูนะคะว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อพ่อแม่แม่ติดถ่ายซีรีส์ เดินทางไปต่างประเทศ หรือยังไม่มีผลงานใหม่ออกมา แฟนคลับจะต้องนั่งรออยู่เงียบ ๆ จนกว่าจะมีคอนเทนต์ชิ้นต่อไปหรือเปล่า สำหรับ GMMTV Fandom Characters คำตอบคือไม่จำเป็นเลยค่ะ เพราะเด็ก ๆ แต่ละตัวมีทั้งบุคลิก เคมี และความป่วนประจำตัว พร้อมออกมาสร้างเรื่องให้เหล่าอุนยายและเจเจ้ได้เอ็นดูอยู่เสมอ
คอนเทนต์ในจักรวาลนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งที่ค่ายผลิตแล้วปล่อยออกมาบนหน้าจอ แต่ยังเกิดจากโมเมนต์สด ๆ เวลาน้องออกไปพบแฟนคลับตามงานอีเวนต์ด้วยค่ะ บางครั้งแค่เดินมาส่งมินิฮาร์ต ทำท่าเต้นตลก ๆ หยอกคนดู หรือมีจังหวะโก๊ะ ๆ เล็กน้อย ก็กลายเป็นช็อตที่ทำให้คนรอบข้างยกกล้องขึ้นมาถ่ายแทบไม่ทัน แฟนคลับเองก็เข้ามาช่วยเติมสีสันให้คอนเทนต์เหล่านี้สนุกขึ้น บางคนตั้งใจตัดชุดน่ารัก ๆ ไปให้น้องเปลี่ยนหน้างาน บางคนคิดพร็อปหรือท่าถ่ายภาพแปลก ๆ ก่อนนำคลิปกลับไปตัดต่อ ใส่เสียง และแชร์ต่อบน TikTok หรือ X จนโมเมนต์สั้น ๆ จากหน้างานเดินทางไปถึงคนอีกจำนวนมากบนโซเชียล
นอกจากนี้ เรื่องราวของเด็ก ๆ ยังเดินทางต่อได้แม้งานอีเวนต์จะจบลงแล้ว เพราะแฟนคลับสามารถพาตุ๊กตาหรือพวงกุญแจไปเที่ยวหรือสร้างสถานการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันขึ้นมาเอง ทำให้คาแรกเตอร์ไม่ได้มีชีวิตอยู่เฉพาะเวลาที่ GMMTV พาออกงาน แต่ยังถูกเล่าต่อผ่านมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของแฟนคลับอยู่ตลอดเวลา
ในมุมการตลาด นี่คือการเปลี่ยนมาสคอตให้กลายเป็นสื่อที่มีชีวิต ซึ่งสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ บทสนทนา และคอนเทนต์ที่ผู้ชมอยากส่งต่อได้ด้วยตัวเองค่ะ ขณะเดียวกันน้อง ๆ ยังช่วยเติมความเคลื่อนไหวให้แฟนด้อมในช่วงที่ศิลปินไม่มีผลงานใหม่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างค่าย ศิลปิน และแฟนคลับไม่ขาดช่วง พูดง่าย ๆ คือ ตราบใดที่หลานยังขยันสร้างเรื่อง โลกของแฟนด้อมก็จะมีทั้งโมเมนต์ให้ยิ้ม คอนเทนต์ให้แชร์ และเรื่องราวให้ติดตามอยู่เสมอ ช่วยเติมสีสันให้ช่วงเวลาระหว่างการรอชมผลงานและกิจกรรมใหม่ของพ่อพ่อแม่แม่ได้อย่างต่อเนื่องค่ะ
IP Ecosystem Strategy การเชื่อมความผูกพันในแฟนด้อม สู่โอกาสทางธุรกิจที่หลากหลาย
หากมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่า GMMTV ไม่ได้มองมาสคอตเป็นเพียงสินค้า Merchandise ปลายทาง แต่กำลังวางโครงสร้าง IP Ecosystem ที่ทุกองค์ประกอบหมุนเวียนและช่วยส่งต่อพลังให้กันอย่างเป็นระบบค่ะ
ศิลปินทำหน้าที่เป็นฐานรากในการถ่ายทอด Identity และความผูกพันลงไปในตัวละคร ขณะที่มาสคอตก็ทำหน้าที่เป็น Brand Extension ที่ช่วยขยายตัวตนของศิลปินให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมเปิดประตูไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่อาจยังไม่ได้ติดตามศิลปินหรือผลงานของ GMMTV โดยตรง ส่วนคอนเทนต์และโมเมนต์ที่เกิดขึ้นตามงานอีเวนต์ ก็ช่วยรักษาความเคลื่อนไหวของแฟนด้อมให้ดำเนินต่อเนื่อง พร้อมเติมสีสันในช่วงระหว่างการรอชมผลงานหรือกิจกรรมใหม่ของศิลปิน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างค่าย ศิลปิน คาแรกเตอร์ และแฟนคลับยังคงเชื่อมโยงกันอยู่เสมอ
เมื่อ GMMTV มีคาแรกเตอร์อยู่หลายตัว เด็ก ๆ จากต่างบ้านก็สามารถถูกพามาพบกันผ่านคอนเทนต์ อีเวนต์ หรือสินค้าคอลเลกชันพิเศษได้ค่ะ การรวมตัวลักษณะนี้ช่วยเปิดพื้นที่ให้แฟนคลับแต่ละด้อมได้รู้จักและเอ็นดูคาแรกเตอร์จากบ้านอื่น ก่อนขยายไปสู่การติดตามเรื่องราวหรือผลงานที่เกี่ยวข้องตามมา จากเดิมที่แต่ละแฟนด้อมอาจเติบโตอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง คาแรกเตอร์จึงกลายเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมฐานแฟนหลายกลุ่มเข้าหากัน และทำให้ GMMTV สามารถสร้างกิจกรรมหรือเรื่องราวใหม่จากทรัพย์สินที่มีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างการรับรู้ใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง
โครงสร้างนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการร่วมงานกับแบรนด์ภายนอกด้วยค่ะ เพราะแบรนด์สามารถเลือกทำงานกับศิลปินและมาสคอตพร้อมกัน หรือใช้เฉพาะ Character IP เป็นผู้ถ่ายทอดแคมเปญให้เหมาะกับสินค้าและรูปแบบการสื่อสารที่ต้องการได้
ในมุมเชิงกลยุทธ์ นี่คือระบบที่ทรัพย์สินแต่ละส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าให้กัน ศิลปินช่วยสร้างความผูกพันให้คาแรกเตอร์ คาแรกเตอร์ช่วยขยายโลกของศิลปิน คอนเทนต์ช่วยรักษาบทสนทนา ขณะที่สินค้าและกิจกรรมก็เปลี่ยนความสัมพันธ์เหล่านั้นให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
สรุป Mascot Marketing เบื้องหลังความน่ารักของ GMMTV Fandom Characters สู่ Character IP ที่สร้างความผูกพันและมูลค่าทางธุรกิจ
หากมองในมุมการตลาด GMMTV Fandom Characters คือภาพที่ชัดเจนของการนำความรักในแฟนด้อมมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าหลายด้านค่ะ ตั้งแต่การสร้าง Emotional Branding ผ่านพัฒนาการของเด็ก ๆ การขยับสู่ Character IP ที่มีตัวตนและฐานผู้ติดตามของตัวเอง การต่อยอดสู่สินค้าและวัฒนธรรมการสะสม ไปจนถึงการเปลี่ยนทุกโมเมนต์ความป่วนให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับแฟนคลับได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน มาสคอตจึงไม่ได้เป็นเพียงของน่ารักที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขายสินค้า แต่กลายเป็นอีกหนึ่งทรัพย์สินสำคัญที่ช่วยขยายตัวตนของศิลปินและเปิดโอกาสให้ GMMTV สามารถต่อยอดไปสู่คอนเทนต์ และ Brand Collaboration ได้หลากหลายขึ้น
แต่ถ้าถามในมุมของเบลล์ที่เป็นแฟนคลับ สิ่งที่ทำให้พวกเขาพิเศษจริง ๆ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของกลยุทธ์ค่ะ เพราะสำหรับพวกเรา น้องไม่ได้เป็นเพียง Character IP หนึ่งตัว แต่เป็นหลานที่เราเคยเห็นตั้งแต่วันที่ยังพูดไม่ได้และเติบโตขึ้นให้พวกเราได้เฝ้ามองทีละก้าว บางวันที่เราอาจเหนื่อยจากงานหรือเจอเรื่องที่ไม่เป็นใจ แค่เปิดมาเห็นพวกเขา ความรู้สึกในวันนั้นก็เบาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของ GMMTV Fandom Characters อาจเกิดจากการทำให้กลยุทธ์ทางธุรกิจเดินไปพร้อมกับความรู้สึกของแฟนคลับนั่นเองค่ะ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ