Decoding McDonald’s marketing through the "Pickle Juice" campaign, which distributed pickle juice to athletes.

การตลาด McDonald’s ผ่านแคมเปญ Pickle Juice ที่แจกน้ำแตงกวาดองให้กับนักกีฬา

รู้มั้ยครับว่าน้ำแตงกวาดอง หรือ Pickle Juice ที่ปกติแล้วหลังจากกินแตงกวาดองเสร็จ น้ำที่ใช้ดองก็มักถูกเททิ้งไปครับ แต่แคมเปญ การตลาด McDonald’s New Zealand กลับนำของเหลือชิ้นนี้มาบรรจุใหม่ และเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาข้างสนามฟุตบอลครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ McDonald’s ไม่ได้สร้างพฤติกรรมใหม่ด้วยการพยายามบังคับให้นักกีฬาต้องฝืนดื่ม แต่จับ Behavioral Insight จากการสังเกตว่านักกีฬาหลายคนดื่ม Pickle Juice เพื่อรับมือกับอาการตะคริวอยู่แล้ว ทำให้ McDonald’s New Zealand สามารถนำของที่แบรนด์มีอยู่มาสร้างประโยชน์ใหม่ จนกลายเป็นทั้ง Sports Marketing, Brand Utility และ Waste-to-Value Marketing ในแคมเปญเดียวครับ

จุดเริ่มต้นของแคมเปญนี้ไม่ได้มาจากการที่ McDonald’s อยากสร้างเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาขึ้นมาใหม่ แต่เกิดจากการสังเกตเห็นว่านักฟุตบอลบางคนหยิบ Pickle Juice มาดื่มระหว่างการแข่งขัน เพื่อรับมือกับอาการตะคริวอยู่แล้วครับ ขณะเดียวกัน McDonald’s เองก็มีน้ำแตงกวาดองเหลืออยู่ในครัวเป็นจำนวนมากจากการใช้ทำเบอร์เกอร์ สิ่งที่ การตลาด McDonald’s ขาดจึงมีเพียงการเชื่อมพฤติกรรมของนักกีฬาเข้ากับของที่แบรนด์มีอยู่เท่านั้นเองครับ

การตลาด McDonald’s.

Source: Fitness New Zealand

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Behavioral Insight หรือการมองเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่คนทำอยู่จริง แล้วนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญในครั้งนี้ครับ แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่าแบรนด์อยากขายหรือทำแคมเปญอะไร McDonald’s กลับเริ่มจากการดูว่าคนกำลังทำอะไร และแบรนด์มีอะไรที่เกี่ยวข้องหรือสามารถเข้าไปช่วยได้บ้างครับ

วิธีการนี้ช่วยลดความยากในการทำให้คนยอมรับแคมเปญ เพราะ McDonald’s ไม่ต้องพยายามอธิบายให้นักกีฬาเริ่มดื่มหรือฝืนกินของที่ไม่เคยรู้จัก แต่กลับกัน เพียงแค่นำพฤติกรรมที่มีอยู่แล้วของนักกีฬามาทำให้สะดวกและน่าสนใจขึ้น ผ่านการบรรจุน้ำแตงกวาดองลงในขวด และนำไปวางอยู่ข้างสนามฟุตบอลครับ

Source : nzwarriors

จุดที่ผมว่าน่าสนใจคือ บางครั้ง Insight ที่ดีอาจไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน แต่อาจเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน เพียงแต่ยังไม่มีแบรนด์ไหนมองเห็นว่าสิ่งนั้นน่าสนใจ หรือสิ่งที่ตัวเองมีสามารถเข้าไปเชื่อมโยงกับพฤติกรรมนั้นได้อย่างไรครับ

โดยปกติแล้วเวลาพูดถึงการเป็น Sponsor ให้กับทีมกีฬา หลายคนอาจนึกถึงการติดโลโก้บนเสื้อ ป้ายโฆษณาข้างสนาม หรือการถ่ายคอนเทนต์ร่วมกับนักกีฬา แต่ในแคมเปญนี้ McDonald’s กลับทำมากกว่าการแปะชื่อแบรนด์ให้คนเห็น ด้วยการนำ Pickle Juice เข้าไปอยู่ข้างสนามและเป็นสิ่งที่นักกีฬาสามารถใช้ได้จริงครับ

การตลาด McDonald’s

Source: mcdonaldsnz

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Sponsorship as Utility หรือการทำให้แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนที่จ่ายเงินเพื่อแลกกับพื้นที่โฆษณา แต่เข้าไปสร้างประโยชน์บางอย่างให้กับคนในพื้นที่นั้นจริง ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง McDonald’s กับ Auckland FC ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนป้ายหรือในโพสต์ แต่เกิดขึ้นใน Moment ที่นักกีฬาอาจกำลังต้องการรับมือกับอาการตะคริวระหว่างการแข่งขันครับ

ความน่าสนใจคือ Pickle Juice ไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้วยัดเข้าไปเป็น Sponsorship แบบไม่มีเหตุผลครับ แต่เป็นความเกี่ยวข้องกันระหว่างวัตถุดิบที่ McDonald’s มีกับพฤติกรรมของนักกีฬา ทำให้การเข้าไปอยู่ข้างสนามของแบรนด์ดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าการพยายามนำสินค้า Fast Food ไปผูกกับกีฬาเพียงเพื่อให้คนเห็นโลโก้ครับ

@mcdonaldsnz

Our pickle juice is @Auckland FC approved 💪

♬ original sound – McDonald’s NZ – McDonald’s NZ

Source: mcdonaldsnz

เพราะฉะนั้น แคมเปญนี้จึงไม่ได้สื่อสารแค่ว่า McDonald’s สนับสนุนฟุตบอล แต่ทำให้คนเห็นว่าแบรนด์มีบางอย่างที่สามารถนำมาช่วยผู้เล่นในสนามได้จริง โดยเปลี่ยนบทบาทจาก Sponsor ผ่านโลโก้ที่ทำได้แค่ให้คนมอง ให้กลายเป็น Sponsor ที่คนสามารถหยิบขึ้นมาใช้งานได้จริงครับ

โดยปกติแล้วหลังจาก McDonald’s นำแตงกวาดองไปใช้เป็นส่วนประกอบในเบอร์เกอร์ น้ำดองที่เหลืออยู่ก็อาจไม่มีหน้าที่อะไรต่อและถูกเททิ้งไปครับ แต่ในแคมเปญนี้ น้ำแตงกวาดองที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือทิ้งกลับถูกนำมาบรรจุใส่ขวด และเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่นักกีฬาสามารถหยิบมาใช้ข้างสนามได้

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Waste-to-Value Marketing หรือการนำสิ่งที่ธุรกิจอาจมองว่าไม่มีคุณค่าแล้ว กลับมาหาหน้าที่ใหม่และสร้างมูลค่าใหม่ให้กับมันอีกครั้งครับ โดย McDonald’s ไม่ได้เปลี่ยนส่วนประกอบเดิมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อน แต่เปลี่ยนเพียงบริบทว่าใครเป็นคนใช้ ใช้ที่ไหน และใช้ในช่วงเวลาใดครับ

Source: mcdonaldsnz

เมื่อน้ำแตงกวาดองอยู่ในครัวของร้านอาหาร สิ่งนี้อาจถูกมองเป็นเพียงของเหลือจากการทำเบอร์เกอร์ แต่เมื่อถูกย้ายมาวางอยู่ข้างสนามฟุตบอล มันกลับกลายเป็นเครื่องดื่มที่นักกีฬาใช้รับมือกับอาการตะคริว ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับพฤติกรรมของนักกีฬาได้พอดีครับ ทำให้สิ่งเดิมที่มีเหลืออยู่สามารถสร้างทั้งประโยชน์ใหม่ และกลายเป็น Story สำคัญของแคมเปญ

อย่างไรก็ตาม การนำของเหลือทิ้งกลับมาใช้ไม่ได้หมายความว่าแคมเปญจะเป็น Sustainability อย่างเต็มรูปแบบทันทีครับ เพราะยังต้องดูทั้งปริมาณที่นำกลับมาใช้ วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกระบวนการใหม่ แต่จุดที่น่าสนใจของแคมเปญ การตลาด McDonald’s คือการทำให้เราเห็นว่า ของบางอย่างอาจไม่ได้หมดคุณค่า เพียงเพราะหน้าที่เดิมของมันจบลงครับ

แม้การเห็นนักฟุตบอลดื่มน้ำแตงกวาดองข้างสนามกีฬาอาจดูเป็นภาพที่แปลกสำหรับคนทั่วไป แต่ McDonald’s เลือกนำความแปลกนี้มาเล่าให้เข้ากับวัฒนธรรมกีฬา ผ่านภาพถ่ายนักฟุตบอล การออกแบบขวดสีเขียวนีออน และข้อความที่ยังคงความสนุกแบบเดียวกับตัวแบรนด์ครับ

Source: mcdonaldsnz

Pickle Juice จึงถูกนำเสนอเหมือนเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับนักกีฬา แต่ไม่ได้ทำจริงจังจนดูเหมือน McDonald’s กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองเป็นแบรนด์ Sports Nutrition ครับ เพราะยังมีการเล่นมุกกับกลิ่นของเบอร์เกอร์และภาพจำของแตงกวาดองที่ทำให้คนยังนึกถึง McDonald’s ได้อยู่

ความแปลกของแคมเปญนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ เพียงเพื่อเรียก Engagement แต่กลับมีทั้ง Insight ของนักกีฬา วัตถุดิบที่ McDonald’s มีอยู่ และบุคลิกที่สนุกของแบรนด์มารองรับ ทำให้คนเข้าใจได้ว่าทำไมร้าน Fast Food ถึงสามารถเข้าไปอยู่ข้างสนามฟุตบอลได้ครับ

Source: mcdonaldsnz

หลังจากเริ่มต้นแคมเปญร่วมกับ Auckland FC แล้ว McDonald’s ยังขยายแคมเปญผ่าน Social Media ไปยังทีมฟุตบอลสมัครเล่นและทีมรุ่นเก๋าทั่วนิวซีแลนด์ ให้มีโอกาสได้รับ Pickle Juice ไปทดลองใช้อีกด้วยครับ ทำให้ไอเดียไม่ได้จบอยู่แค่ภาพของนักกีฬาอาชีพถือขวด Pickle Juice แต่ถูกส่งต่อไปยัง Community ที่เล่นกีฬาและพบกับปัญหาเดียวกันจริง ๆ ครับ

จากแคมเปญ กาารตลาด McDonald’s ทุกคนลองย้อนกลับไปดูในธุรกิจของเราครับว่า มีวัตถุดิบ ของเหลือ หรือสิ่งไหนที่ถูกมองว่าไม่มีประโยชน์แล้ว แต่อาจสามารถนำไปเชื่อมกับ Insight หรือ Pain Point ของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้

เพราะบางครั้งโอกาสใหม่ ๆ อาจไม่ได้เริ่มจากการสร้าง Product ขึ้นมาใหม่ แต่อาจเกิดจากการมองสิ่งเดิมให้ไม่เหมือนเดิม เหมือนกับที่ McDonald’s เปลี่ยนน้ำแตงกวาดองที่เป็นของเหลือในครัว ให้กลายเป็นสิ่งที่นักกีฬาสามารถหยิบไปดื่มข้างสนามได้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

สวัสดีครับผม “น้ำเย็น” น้องใหม่การตลาดวันละตอน ตอนนี้ทำงานเป็น Junior Marketing content creator & Data insight researcher ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับบ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *