เมื่อคู่แข่งจับมือกันคือเหตุการณ์ที่ ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้สื่ออยากนำเสนอและกลายเป็น Earned Media จำนวนมหาศาลโดยที่แบรนด์แทบไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณา ที่สำคัญ Earned Media ยังน่าเชื่อถือกว่าเพราะผู้บริโภครู้ว่ามาจากข่าวไม่ใช่แคมเปญโฆษณา
2) Shared Expertise รวมจุดแข็งทำให้สินค้าดีขึ้น
เมื่อแต่ละแบรนด์นำความเชี่ยวชาญของตัวเองมารวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักดีกว่าการทำคนเดียวค่ะ เช่น Sony x Philips พัฒนา CD หรือ Apple x IBM ร่วมสร้าง PowerPC ในโลก Consumer Goods การรวมความเชี่ยวชาญแบบนี้ทำให้เกิดสินค้าที่แก้ปัญหาดีกว่าและมีนวัตกรรมจริงค่ะ
แม้ว่า Burger King ที่เน้นเบอร์เกอร์และ KFC ที่เน้นไก่ทอดจะไม่ได้แข่งขันกันโดยตรงในแง่ของ Core Product แต่พวกเขาก็ต่างแข่งขันกันในระดับ Category และ Share of Stomach การที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมมือกันในฝรั่งเศสเพื่อสร้าง The BFF Burgers (BFF = Best Friends Forever หรือ Burger Fried Friend)
The BFF Burgers วางจำหน่ายทั่วประเทศฝรั่งเศสโดยทั้งสองเบอร์เกอร์ใช้สูตรเดียวกันแต่มีความแตกต่างคือ Burger King Version ใช้เนื้อวัวย่างไฟซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Burger King ส่วน KFC Version ใช้ไก่ทอดกรอบซึ่งเป็นจุดขายหลักของ KFC เป็นเวลาหลายวันก่อนการเปิดตัว ร้าน Burger King โชว์แก้ว ถัง และที่รองจาน KFC ในขณะที่ร้าน KFC โชว์บรรจุภัณฑ์ของ Burger King อย่างตลกขบขันแล้วจึงประกาศเมนูนี้ออกมา
3.Burger King – Peace Day Burger
ในปี 2015 Burger King เสนอแนวคิดรวมพลังกับ McDonald’s เพื่อสร้าง McWhopper เบอร์เกอร์ที่ผสมผสานลักษณะเด่นของทั้ง Big Mac และ Whopper เพื่อขายในวันเดียวและนำรายได้ไปสนับสนุนองค์กร Non-Profit Peace One Day ซึ่งเป็นการทำเพื่อการกุศลไม่ใช่เพื่อกำไร
Burger King ไม่ได้แค่เสนอด้วยวาจา แต่ทำ Full-Page Ads ในหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ อย่างเป็นทางการค่ะ แต่น่าเสียดายที่ McDonald’s เลือกไม่ร่วมมือโดยโพสต์ข้อความบน Facebook ของ CEO ว่าความร่วมมือที่ดีกว่าคือการทำงานร่วมกันในทุกวัน ไม่ใช่แค่วันเดียวและชวนไปทำโครงการอื่นแทน
จากนั้น Burger King ไม่ได้ยอมแพ้ ขยายข้อเสนอไปยังคู่แข่งรายอื่นๆ ในวงการ Fast Food อย่าง Denny’s Wayback Burgers Krystal และ Giraffas ในที่สุด Burger King ก็ทำ The Peace Day Burger สำเร็จค่ะ โดยเป็นเบอร์เกอร์ที่รวมลักษณะเด่นจากทั้ง 5 แบรนด์เข้าด้วยกัน