Brand รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลก วิเคราะห์เจาะลึกทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์เทศ ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]
Application Dropit บริการส่งของที่คุณช้อปถึงบ้าน ไม่ต้องเหนื่อยหิ้วเอง
FacebookFacebookXXLINELine Application Dropit จะดีแค่ไหนถ้าไปช็อปปิ้งแล้วไม่ต้องหิ้วถุงกลับเอง ? คงจะดีมากๆเลยล่ะครับ เพราะปัญหาหลักๆในวันที่เราจะช็อปปิ้งหนักๆก็คือ “ถุงช็อปปิ้ง” ที่เต็มไปด้วยของที่เราซื้อมานี่เอง พอถุงเยอะจนเกินจะถือไหวเราก็ต้องหาที่เก็บที่ฝาก จนสุดท้ายทำให้เราหมดความอยากที่จะช็อปต่อไปนี่เอง ปัญหาแบบนี้สำหรับผมมักจะเป็นทุกครั้งเวลาต้องไปงานหนังสือใหญ่ๆประจำปีๆละสองครั้ง เพราะในแต่ละครั้งผมซื้อเยอะมากจนไม่อยากจะถือกลับบ้านด้วยเลยซักเล่ม ผมเคยคิดเล่นๆว่าน่าจะมีบริการที่ให้เราสแกนบาร์โค้ดหลังเล่มไปเรื่อยๆ แล้วก็จ่ายเงินไป ถึงเวลาหมดวันก็มีบริการเอามาส่งให้เราที่บ้านเอง โดยที่เราได้แต่ช็อปตัวปลิวๆไปทั้งงาน แต่เชื่อได้เลยว่าถ้ามีแบบนี้เกิดขึ้นจริงผมคงล้มละลายในงานหนังสือหนักกว่านี้อีก กลับมาที่เรื่องที่กำลังเล่าค้างอยู่ครับ เพราะปัญหาแบบนี้เลยเกิดบริการจากบริษัท startup น้องใหม่ในอังกฤษที่มีชื่อว่า Dropit ในรูปแบบ mobile application ที่จะให้คุณได้ช็อปปิ้งได้เต็มที่ แล้วถ่ายรูปสแกนใบเสร็จแล้วเดี๋ยว Dropit จะส่งคนไปรับของคุณทั้งหมดที่ช็อปในวันนั้น ไปส่งให้ที่บ้านในวันนั้นให้ด้วย สำหรับในเมืองนั้นๆ แต่ถ้าส่งทั่วประเทศก็ขอเวลาแค่วันเดียวด้วยซ้ำ แอพ Dropit นี้คงเป็นที่ถูกใจของขาช็อปปิ้งทั้งหลาย คงทำให้ช็อปกันเพลินรูดกันจนบัตรหักเลย แม้เราจะได้ข่าวว่าการช็อปออนไลน์จะมาแรงขึ้นทุกที แต่จากการสำรวจเชิงลึกพบว่าถ้าเป็นของชิ้นเดียวกัน ในราคาที่เท่าๆกันระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ คนกว่า 65% ก็อยากจะออกไปที่ร้านจริงๆมากกว่าการซื้อออนไลน์ ถ้าร้านนั้นไม่ไกลเกินไป ดังนั้นธุรกิจ retail ทั้งหลายต้องปรับตัวไม่ใช่แค่ออนไลน์ แต่กับออฟไลน์หน้าร้านก็ต้องปรับปรุงในเรื่องประสบการณ์ของนักช็อปลูกค้าหน้าร้านให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย สนใจดูคลิปการทำงานของ Dropit เพิ่มเติมเต็มๆได้ที่ลิงก์นี้เลยครับhttps://vimeo.com/212446057 ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
นวัตกรรม Bio-Bean น้ำมันไบโอดีเซลใหม่จากกากกาแฟ
FacebookFacebookXXLINELineนวัตกรรม Bio Bean น้ำมันไบโอดีเซลใหม่จากกากเมล็ดกาแฟ สำหรับผมแล้วมันว๊าวมากๆเลยครับ เพราะกากเมล็ดกาแฟ ถูกทิ้งเป็นขยะจำนวนมากในแต่ละวัน ถ้าสามารนำมาทำให้เกิดประโยชน์ได้คงดี จากซากกากเมล็ดกาแฟหลังจากชงกาแฟแก้วโปรดให้เรากินทุกเช้าทุกบ่าย จะไม่กลายเป็นขยะสูญเปล่าอีกต่อไป เพราะที่ประเทศอังกฤษมีบริษัท startup น้องใหม่ที่ชื่อว่า bio-bean ที่จะนำเศษขยะกากเมล็ดกาแฟหลังจากชงกาแฟแล้ว นำไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B20 นำกลับมาเติมให้รถเมล B20 Coffee-Bio-Diesel จากเดิมน้ำมันไบโอดีเซลมักจะทำมาจากข้าวโพด ซึ่งไม่ใช่วัตถุดิบขั้นสุดท้าย เพราะข้าวโพดที่นำมาทำน้ำมันไบโอดีเซลล์นั้นกลายเป็นว่าแย่งแหล่งอาหารของคน แต่ด้วยกากกาแฟที่ชงแล้วนี้ กลับเป็นการเพิ่มมูลค่าขั้นสุดท้ายให้สินค้าเพิ่มขึ้น กลายเป็นสินค้าอย่างน้ำมันไบโอดีเซลล์ขึ้นมาจากขยะเหลือทิ้งจริงๆ ส่วนนึงต้องบอกว่าคนอังกฤษกินกาแฟกันหนักมาก ตกเฉลี่ยแล้วคนละ 2.3 แก้วต่อวัน และในแต่ละปีก็จะมีกากกาแฟเกิดขึ้นถึงปีละ 200,000 ตัน เฉพาะในเมืองลอนดอน แถมบริษัท startup น้องใหม่นี้ยังได้รับการร่วมมือจากบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Shell ด้วย และปี 2016 ที่ผ่านมายังได้รับเงินทุนสูงถึง 5ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีก่อนผมเคยเห็นแคมเปญดื่มเบียร์เพื่อช่วยโลก เพราะนำกากมอล์ตที่ใช้ทำเบียร์มาทำเป็นน้ำมันเติมรถยนต์ จากแคมเปญโฆษณาชั่วคราววันก่อนมาวันนี้กลายเป็นบริษัทจริงจังที่ตั้งใจคิดและตั้งใจทำเพื่อช่วยโลก จากกากกาแฟที่ต้องทิ้งกลายเป็นน้ำมันเติมรถเมล์ลอนดอนให้พาผู้คนไปทำงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆไม่รู้จบ รู้สึกตื้นตันที่ได้เห็นได้ยินอะไรแบบนี้ครับ อยากรู้จักบริษัทนี้เพิ่มเติม https://www.bio-bean.com/ อ่านเคสการตลาดแนว CSR เพิ่มเติม https://everydaymarketing.co/?s=csr FacebookFacebookXXLINELine
เมื่อ Fitness ใช้ Customer Behavior เพื่อตอบรับทุก Lifestyle ของคนรักสุขภาพ
FacebookFacebookXXLINELineผมคิดว่าหลายคนที่สมัครฟิตเนสคงเคยมีปัญหาว่าบางครั้งเรามีเวลาว่างไม่ตรงกับเวลาทำการของฟิตเนส จึงทำให้ไปได้ไม่สม่ำเสมอ บางเดือนแทบไม่ได้ไปเลย แต่กลับต้องต้องจ่ายเต็มทุกเดือน จนเกิดความรู้สึกว่าไม่คุ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น วันนี้ผมมีเคสตัวอย่างการปฏิวัติรูปแบบธุรกิจของ Fitness (อีกครั้ง) ด้วยการจ่ายเมื่อเดินเข้าฟิตเนสเท่ารั้น ไม่ต้องเสียรายเดือน หรือรายปี อีกต่อไป ปรับโมเดลธุรกิจให้ Fit กับลูกค้า เมื่อรูปแบบธุรกิจฟิตเนสในปัจจุบันยังเป็นโครงสร้างเก็บเงินประเทศสมาชิกรายเดือน หรือสมาชิกรายปีกันเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้มั้ยว่าโมเดลธุรกิจแบบนี้ที่ดีต่อตัวเจ้าของฟิตเนส แต่กลับไม่ฟิตกับรูปแบบการใช้จริงของลูกค้าเลย ที่ประเทศจีน บริษัท startup น้องใหม่ที่ชื่อว่า Supermonkey ได้สร้าฟิตเนสรูปแบบใหม่ ที่พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และจ่ายเงินเมื่อจะเข้ามาเล่นเท่านั้น แถมยังสามารถจองและจ่ายเงินผ่าน WeChat ได้ทันที ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวกสบายกับคนจีนมาก(เพราะคนจีนใช้วีแชตกันเป็นปกติ) ไอเดียดีๆ มีอยู่รอบตัว ทางผู้ก่อตั้งได้ไอเดียรูปแบบธุรกิจฟิตเนสแบบใหม่นี้มาจากตู้กดน้ำแถวบ้าน ที่ทำให้คิดได้ว่าทำไมเราไม่ทำฟิตเนสแบบที่พร้อมให้คนเข้ามาเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้เสียเงินเมื่อต้องการจะเล่นเท่านั้นล่ะ เลยเป็นที่มาของ Supermonkey ที่ว่ามาทั้งหมด ใช้ Customer Behavior ปรับโมเดลธุรกิจให้เหมาะกับผู้บริโภค จากตัวเลขที่มีนัยยะสำคัญคือ ปัจจุบันนี้มีกลุ่มคนในจำนวนที่ไม่น่าเชื่อหันมาออกกำลังกายมากขึ้นในช่วง 9.30pm-เที่ยงคืน และ 4.30am-7.00am ซึ่งสองช่วงเวลาที่ว่ามาไม่ใช่ช่วงเวลาที่ฟิตเนสทั่วไปเปิดให้บริการ ดังนั้น Supermonkey […]
ก้าวไปสู่การเป็น Top of Mind ด้วยการใช้ Experience Marketing
FacebookFacebookXXLINELineบทความนี้บอกเลยครับว่าไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อยากเขียนถึงจริงๆ กับแบรนด์ Modernform ที่คิดนอกกรอบ เปลี่ยนการโฆษณาแบบเดิมที่สร้างแค่ Awareness มาเป็นกลยุทธ์แบบ Experience Marketing ให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสมาลองใช้สินค้าจริง ก่อนตัดสินใจซื้อ มาดูกันครับว่า ทางแบรนด์จะสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าในรูปแบบไหน เปิดประสบการณ์จากการได้ลองใช้งานจริง ถ้าบอกว่าสินค้าของ Modernfrom คือเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้สำนักงานนั้นถูก แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปถึงสิ่งที่คนซื้อหรือลูกค้าต้องการจาก Modernfrom นั้นก็คงไม่พ้นความสะดวกสบายในการทำงาน เผลอๆ อาจไปถึงขั้นทำให้ได้งานเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ Modernfrom เลยสร้างประสบการณ์อันแตกต่างของการใช้พื้นที่ทำงานให้กับคนไทยด้วยการสร้าง co-working space ขึ้นมาเพื่อให้ว่าที่ลูกค้า หรือผู้ที่สนใจได้ลองมามีประสบการณ์จริงๆ ในการใช้งานจริงๆ เพื่อจะได้มีโอกาสเป็น top of mind ในการตัดสินใจซื้อในอนาคต รับ Feedback จากลูกค้าได้โดยตรง ด้วยเทรนด์ ในการทำงานเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องมีออฟฟิศ เพียงแค่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รองรับก็เพียงพอ ซึ่งการทำโชว์รูมคอนเซ็ปต์สโตร์ในรูปแบบ Experience Showroom นี้ทำขึ้นให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัส มาใช้งานเฟอร์นิเจอร์จาก Modernform ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ลูกค้าสามารถให้ฟีดแบคกับทางแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด ทำให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เพื่อเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ถ้าหากจะให้ผมลองวิเคราะห์ลึกลงไปอีกนิดนึงว่ากลุ่มเป้าหมายที่มาใช้งานคงไม่ใช่คนในออฟฟิศใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้สำนักงานอย่างดีมากนัก […]
Donate 4.0 ไม่ต้องบริจาคเงิน แต่บริจาคด้วยการดูโฆษณาแทนได้
FacebookFacebookXXLINELineการบริจาคนั้นถือเป็นการช่วยเหลืออย่างหนึ่งในขอบเขตที่เราสามารถทำได้ ซึ่งการบริจาคที่เราเห็นกันจนคุ้นชินตานั้นก็คงหนีไม่พ้นการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ แต่ในยุค 4.0 ที่โลกหมุนไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างนี้ ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบของการบริจาคให้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนมุมมองการบริจาค ที่ไม่ใช่แค่การบริจาคเงินหรือสิ่งของ แต่สามารถบริจาคได้ด้วยการดูโฆษณาแทน เปลี่ยนมุมมองใหม่ กระตุ้นให้คนรู้สึกอยากดูโฆษณา บริษัท Startup ด้านมีเดียน้องใหม่ที่ตั้งใจทำดีในครั้งนี้มีชื่อว่า Good-Loop มีการปรับเปลี่ยนวิธีการโฆษณาให้กับคนดูที่แตกต่างด้วยการให้คนทั่วไปเป็นคนกดดูโฆษณาด้วยตัวเอง หมายความว่าโฆษณาตัวนี้จะแสดงผลก็ต่อเมื่อเราตั้งใจเพื่อกดดูวิดีโอโฆษณาเท่านั้น ผิดกับโฆษณาที่เป็นวีดีโอทุกวันนี้ที่พยายามยัดเยียดให้เราดูให้ได้ ด้วยวิธีการแบบนี้ทำให้ได้ engage มากกว่าโฆษณาทั่วไปถึง 800% และยังทำให้คนจดจำได้มากกว่า 29% ยิ่งไม่บังคับ ยิ่งได้ผลลัพธ์ดี สงสัยไหมว่าทำไม Results ถึงดีขนาดนี้? การตั้งใจเข้าร่วม เป็นเหตุผลด้านจิตวิทยาของมนุษย์เรา เพราะเมื่อเราที่เราเป็นคนเลือกเอง ตั้งใจหรือลงมือทำเรื่องไหนด้วยตัวเอง เราก็จะอยากมีส่วนร่วมกันมันมากกว่า จำมันได้ดีขึ้น หรือแม้แต่รู้สึกดีกับเรื่องนั้นมากขึ้น มากกว่าโฆษณาแบบบังคับให้เราดูโดยไม่มีทางเลือกได้ แล้วที่ว่าตั้งใจช่วยโลกก็คือ ระแบบ Ads Network ของ good-loop นั้นแบ่งรายได้ 50% ให้องค์กรการกุศล อีก 40% ให้สื่อเจ้าของเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ และเหลือแค่ 10% เข้าตัวเอง ผมเองก็อยากเห็นโฆษณารูปแบบนี้ในบ้านเราบ้างเหมือนกัน เชื่อว่าคงมีคนช่วยกันกดดูเพื่อช่วยบริจาคแน่ๆ ครับ […]
App แปลภาษา เด็กเบบี๋ ให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกน้อยได้ดีกว่าเดิม
FacebookFacebookXXLINELine App แปลภาษา จะทำให้เด็กเบบี๋จะไม่กลายเป็นปริศนาอีกต่อไปด้วยแอพแปลภาษาทารก ให้ตายเถอะ จะประสบการณ์คุณพ่อมือใหม่ขอแค่ 50% ก็ยอมจ่ายหลักพันหลักหมื่นแล้ว แอพนี้แค่ร้อยนิดๆแถมยังได้ตั้ง 96% ใครที่เคยผ่านช่วงเวลาเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้นรู้ดีว่าเสียงร้องของลูกนั้นเป็นอะไรที่ต้องใช้การคาดเดาขั้นสูงสุด ดังนั้นแอพนี้จึงมีการวิจัยพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายด้านจนออกมาได้คุณภาพดีเยี่ยมขนาดนี้ แน่นอนว่าพัฒนาโดยบริษัทที่ชื่อว่า Biloop Technologic ที่เน้นมาทางด้านแอพนี้โดยตรง ดังนั้นช่วงนี้ใครกำลังเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีลูกเล็ก หรือกำลังมีเพื่อนที่กำลังอยู่ในช่วงเวลานี้ ซื้อแอพนี้ให้เป็นของขวัญรับขวัญหลานเถอะครับ รับรองว่าเค้าจะเลิฟคุณมากๆแน่ๆ ใครสนใจเข้าไปดูข้อมูลวิจัยเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์เวปเค้านะครับhttp://www.biloop.com/ ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Dnee สินค้าดีที่ขายดีเพราะมีคุณภาพ
FacebookFacebookXXLINELineช่วงขายของ..(ตรงไปตรงมากันแบบนี้แหละ) รู้หรือไม่ว่าสินค้าเด็กแบรนด์ Dnee นั้นมีสินค้าที่ขายดีที่สุดอยู่ถึงสองหมวดหมู่ด้วยกันของสินค้าเด็ก ก็คือน้ำตาซักผ้าเด็กอ่อน และครีมอาบน้ำเด็ก ถ้าไม่เชื่อลองถามคุณแม่ๆไกล้ตัวดูก็ได้ ดังนั้นถ้าถามว่า Dnee ดีมั้ยสิ่งนี้ผมตอบไม่ได้ แต่สิ่งนึงที่ตอบได้ก็คือด้วยยอดขายที่ได้รับความไว้วางใจในกลุ่มแม่รุ่นใหม่ เพราะถ้าไม่ดีจริงก็คงขายไม่ดีหรอก วันนี้ Dnee เลยอยากจะนำเสนออีกหนึ่งอย่างที่ตัวแบรนด์ภูมิใจ ก็คือครีมอาบน้ำเด็กอ่อนสูตรออร์แกนิค ที่ผ่านการทดสอบขั้นสูงสุดกว่าคนอื่นว่าไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ผ่านออนไลน์วีดีโอที่อยากให้คนที่กำลังจะเป็นแม่ได้ดู และอยากให้คนที่เป็นคุณแม่มีประสบการณ์แล้วได้รำลึกถึงตอนอาบน้ำให้ลูกเป็นครั้งแรกๆเหมือนกัน ไปติดตามแคมเปญดีๆกันได้ที่นี่ https://business.facebook.com/DneeThailand/videos/vb.164660666919880/1697647130287885/?type=2&theater และอย่าลืมติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอนกันได้ที่ https://everydaymarketing.co FacebookFacebookXXLINELine
Uber ต้องหนาวๆร้อนๆ เมื่อ Taxi London พร้อมสู้ !
FacebookFacebookXXLINELineUber อาจจะมีหนักใจกันบ้าง เพราะ Taxi ที่ลอนดอนกำลังปรับตัวเพื่อสู้กับ Uber ตั้งแต่ Uber ถือกำเนิดขึ้นมาก็ทำเอาแท็กซี่ทั่วโลกร้อนๆหนาวๆกันไปหมด ไม่ต้องมองไปไหนไกลเอาบ้านเราก็เห็นภาพแล้ว ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษเองก็กระทบไม่น้อยจนทำให้อัตราการต่อใบอนุญาติขับแท็กซี่ลดลงอย่างมาก ทางแท็กซี่อังกฤษก็เลยต้องหาทางปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ด้วยการออกแบบ MyTaxi ที่ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ Uber เลยถ้าเข้าไปดูหน้าตาการใช้งาน แต่สิ่งที่ต่างคือคนขับและภายในรถของแท็กซี่อังกฤษ ก็คือเครื่องช่วยกระตุ้นหัวใจ และคนขับที่สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างการทำ CPR ได้ นี่เลยกลายเป็นจุดขายจุดแข็งใหม่ของคนขับแท็กซี่เดิมๆขึ้นมาทันที เพราะ Uber เองก็โดนโจมตีจากข่าวหลายครั้งว่าใส่ใจผู้โดยสารน้อยลง ประจวบกับจากข่าวการก่อการร้ายในลอนดอนที่ผ่านมาพบว่า หลายคนต้องการแท็กซี่เพื่อหนีจากพื้นที่เหล่านั้น และหลายคนก็ต้องการคนช่วยปฐมพยาบาลด้วย และจากการสำรวจยังพบว่ามีคนขับ 4 ใน 10 เคยเจอเหตุการณ์ผู้โดยสารสำลักหรือหัวใจวายขณะเดินทาง ดังนั้นทั้งหมดที่ MyTaxi ทำจึงทำให้ตัวเองเหนือกว่า Uber อย่างมากในเรื่องการดูแลใส่ใจผู้โดยสาร โดยเบื้องต้นจะเริ่มทดลองก่อนที่ 50 คัน ก่อนจะขยายออกไปถึง 17,500 คันทั่วลอนดอน และก็จะขยายเพิ่มต่อไปอีกถ้าแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ ถ้าใครสนใจอยากรู้เพิ่มกดดูคลิปวีดีโอได้เลยครับhttps://www.youtube.com/watch?v=YfQsX_7_6gI แท็กซี่บ้านเค้าไปแล้ว…แล้วแท็กซี่บ้านเราล่ะไปรึยัง หรือยังบอกว่า “ไม่ไปครับ ไปส่งรถ” ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ […]
เทคโนโลยี ลิฟท์วันนี้สามารถคุยกันได้เองแล้ว
FacebookFacebookXXLINELineเทคโนโลยี ลิฟต์สมัยนี้เค้าคุยกันได้แล้วนะ คุณรู้มั้ย? ครับ “ลิฟต์” ที่เรากดขึ้นลงกันเป็นประจำในวันทำงานนั่นแหละครับ ที่ผมกำลังพูดถึงว่าลิฟต์สมัยนี้เค้าคุยกันเองได้แล้วนะครับ เพราะในยุค IoT ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อและเชื่อมโยงถึงกันได้ และลิฟต์เองก็เป็นหนึ่งใน “สิ่ง” หรือ “Thing” ที่กำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อบริการคนที่ใช้งานได้สะดวกขึ้น และบวกกับพลังของ ai ชื่อดังอย่าง Watson จาก IBM ที่ทำให้ลิฟต์เหล่านี้ฉลาดขึ้น ฉลาดที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะติดต่อช่างให้มาซ่อมบำรุงก่อนที่จะเสียหายมาเกินไป หรือเมื่อไหร่ที่ควรจะไปเตรียมพร้อมรอก่อนที่คนจะกดลิฟต์ซะอีก ด้วยไอเดียทั้งหมดนี้ทำให้ “ลิฟต์” ซึ่งเป็นสินค้าหรือบริการที่ยากจะหาคิดโฆษณาที่น่าสนใจออกมาได้ ทำให้น่าสนใจจนใครๆก็เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าดูลิฟต์แต่ละตัวพูดคุยได้ ถ้าสนใจอยากรู้เต็มๆว่าเป็นยังไง ลองดูที่คลิปตามลิงก์นี้นะครับhttps://vimeo.com/207271820 ส่วนถ้าใครสนใจอยากเข้าไปดูว่าลิฟต์จริงๆเค้าคุยกันยังไง ก็ตามลิงก์นี้ไปนะครับhttp://machineconversations.kone.com/ ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
Colour Pop ความสวยที่เสกได้ใน 5 วัน
FacebookFacebookXXLINELineColour Pop เครื่องสำอางสวยทันใจตั้งแต่เริ่มคิดจนผลิตเสร็จทั้งหมดได้ใน 5 วัน ในยุคที่อะไรก็เร็วไปหมดเลยเกิดบริษัท startup ด้านความสวยความงามที่ LA ชื่อว่า Colour Pop ขึ้นมา ด้วยแนวคิดขององค์กรที่ว่า ตั้งแต่เริ่มคิดยันผลิตเสร็จได้ใน 5 วัน ไม่ว่าจะเป็นกระแสโซเชียลที่อาจจะเริ่มจากคำฮิตคำใหม่ของคนดังออนไลน์บางคน จนกลายเป็นลิปกรอสสีพิเศษที่พร้อมวางขา ยได้ใน 5วัน ทำให้ยอดขายถล่มทลายจนบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ว่าเจ้าไหนก็ปรับตัวตามไม่ทัน จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ฮิตของคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่อเมริกา และได้ influencer คนดังที่นั่นอย่าง Eleanor Barnes และ Karen Gonzalez มาช่วยโปรโมตด้วย ลองคิดดูซิว่าตอนกระแสใจเริงกำลังดัง แล้ววันรุ่งขึ้นมาลิปสติกจากแบรนด์นึงชื่อรุ่นว่า “ใจเริง” ที่กำลังดังเหมือนกัน ลิปนั้นจะกวาดยอดขายจากบรรดาสาวเปรี้ยวได้ขนาดไหน\ ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าอะไรก็สามารถปรับตัวให้เร็วตามกระแส หรือทันโลกได้ถ้ารู้จักปรับตัว ไม่จำเป็นต้องดิจิทัลเท่านั้น แม้แต่สินค้าอย่างเครื่องสำอางก็ทำให้เราเห็นแล้ว ใครอยากรู้จักแบรนด์ ColourPop และสินค้าของเค้าเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ลิงก์นี้https://colourpop.com/ ส่วนถ้าใครอยากดูคลิปวีดีโอการทำงานและแนวคิดของเจ้าของ กดดูได้ที่ลิงก์นี้ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=lNMGisVZSpc ติดตามเรื่องราวการตลาดวันละตอน สดใหม่ทุกวันได้ที่ : https://everydaymarketing.co/ FacebookFacebookXXLINELine
พื้นที่สำหรับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ที่อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักการตลาด ผู้บริหาร และเจ้าของธุรกิจ กว่าแสนคนต่อเดือน สนใจติดต่อ [email protected]